

ก้าวใหม่ของการศึกษาไทย! สาระสำคัญ พ.ร.บ.การอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ต่างจากปี 2562 อย่างไร?

วงการการอุดมศึกษาของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการในการพัฒนากำลังคนและขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ล่าสุดได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายจากฉบับเดิมในปี พ.ศ. 2562 บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกในภาพรวมว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้มีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจ และจะส่งผลดีต่อมหาวิทยาลัยไทยอย่างไรบ้าง
3 ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2568
การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปฏิรูประบบงบประมาณและการสนับสนุนทางการเงินเป็นหลัก โดยมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปดังนี้:
1. ปลดล็อกระบบงบประมาณ ให้อิสระและคล่องตัวมากขึ้น
ตาม พ.ร.บ. ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568) ได้มีการแก้ไขมาตรา 45 ว่าด้วยการทำคำขอและการจัดสรรงบประมาณสำหรับการอุดมศึกษาใหม่ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐมีอิสระในการบริหารจัดการมากขึ้น โดยแบ่งชัดเจนดังนี้:
-
งบบุคลากร: สถาบันอุดมศึกษาของรัฐสามารถทำคำของบประมาณที่เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง เสนอต่อสำนักงบประมาณได้ “โดยตรง” และจะได้รับการจัดสรรให้เต็มตามกรอบอัตรากำลัง
-
งบดำเนินงาน: ให้เสนอขอต่อสำนักงบประมาณโดยตรงเช่นกัน โดยจะได้รับการจัดสรรในรูปแบบเงินอุดหนุนทั่วไป เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปบริหารทรัพยากรได้อย่างอิสระ โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา
2. ไฮไลท์สำคัญ: การจัดตั้ง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา”
นี่คือหัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายฉบับนี้ มีการเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วย “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” ซึ่งจัดตั้งขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ:
-
พัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศ
-
สนับสนุนการเชื่อมโยงงานวิจัยและการเรียนการสอนเข้ากับภาคธุรกิจและชุมชนสังคม
-
พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่ตอบสนองคนทุกวัย ให้เข้าถึงการอุดมศึกษาที่มีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลาในราคาที่เข้าถึงได้
-
มีระบบสนับสนุนเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันอุดมศึกษา ในกิจการที่ตรงกับความต้องการของประเทศอีกด้วย
3. ยุบเลิกเงินทุนหมุนเวียนเดิม สู่การบริหารแบบบูรณาการ
พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ ยังได้สั่งให้ยุบเลิก “เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน” ซึ่งเคยจัดตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2547 และให้โอนทรัพย์สิน ภาระผูกพัน รวมถึงโครงการต่าง ๆ เข้ามาเป็นของ “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” ที่ตั้งขึ้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนถูกบริหารจัดการภายใต้กลไกเดียวกันอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ
บทสรุป
พ.ร.บ.การอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ถือเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดด้านงบประมาณ และสร้างกลไกขับเคลื่อนที่ทรงพลังอย่าง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้มหาวิทยาลัยต่างๆ สามารถปรับตัวเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างรวดเร็ว สามารถแข่งขันในระดับโลก และมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
📥 ลิงก์ดาวน์โหลดเอกสาร (PDF):
